ประวัติกัญชาทางการแพทย์ในโลกและประเทศไทย

ย้อนประวัติการใช้กัญชาเป็นยา ตั้งแต่ตำรับโบราณ งานแพทย์ตะวันตกยุคแรก การถูกทำให้เป็นยาเสพติด ไปจนถึงการกลับมาของกัญชาทางการแพทย์ในไทย

Cenk Cetinเผยแพร่ 8 พฤศจิกายน 2565
ประวัติกัญชาทางการแพทย์ในโลกและประเทศไทย

กัญชาไม่ได้เพิ่งถูกมองว่าเป็นยาจากกระแสสมัยใหม่ แต่มีประวัติการใช้ยาวนานทั้งในเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป และประเทศไทย สิ่งที่เปลี่ยนไปคือภาษา กฎหมาย และระบบการแพทย์ที่ใช้กำกับมัน

กัญชาในตำรับโบราณ

ในหลายวัฒนธรรม กัญชาถูกใช้เพื่อช่วยเรื่องปวด เกร็ง เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ และอาการไม่สบายหลายรูปแบบ ตำรับโบราณไม่ได้แยกกัญชาออกจากพืชสมุนไพรอื่นอย่างแข็ง ๆ แต่ใช้ร่วมกับสมุนไพร อาหาร และพิธีกรรมตามความรู้ของแต่ละพื้นที่

ในไทย กัญชาปรากฏในตำรับยาแผนไทยบางส่วน และถูกใช้ร่วมกับสมุนไพรอื่นเพื่อปรับสมดุลของร่างกาย ไม่ใช่ในฐานะสารเดี่ยวแบบยาแผนปัจจุบัน

การเข้าสู่แพทย์ตะวันตก

ในศตวรรษที่ 19 แพทย์ตะวันตกเริ่มสนใจกัญชาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะงานของ William Brooke O'Shaughnessy ที่ศึกษาและเผยแพร่การใช้กัญชาในทางการแพทย์หลังทำงานในอินเดีย งานเหล่านี้ทำให้กัญชาเข้าสู่ตำรับยาในยุโรปและอเมริกาในช่วงหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญในยุคนั้นคือการควบคุมปริมาณและความสม่ำเสมอของสารออกฤทธิ์ยังทำได้ยาก ผลของกัญชาจึงคาดเดาไม่ง่ายเมื่อเทียบกับยาสังเคราะห์ที่เริ่มพัฒนาเร็วขึ้น

จากสมุนไพรสู่ยาเสพติด

ศตวรรษที่ 20 เป็นช่วงที่กัญชาถูกผลักออกจากระบบการแพทย์และถูกจัดให้เป็นยาเสพติดในหลายประเทศ ปัจจัยสำคัญมีทั้งการเมืองระหว่างประเทศ การรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ความกลัวทางสังคม และการขาดระบบมาตรฐานผลิตภัณฑ์

เมื่อกัญชาถูกตีตรา งานวิจัยก็ชะลอตัวลง ผู้ใช้จำนวนมากถูกลงโทษ และภูมิปัญญาเดิมถูกตัดขาดจากระบบกฎหมายสมัยใหม่

การกลับมาของงานวิจัย

ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 และต้นศตวรรษที่ 21 นักวิทยาศาสตร์เริ่มเข้าใจระบบเอนโดแคนนาบินอยด์มากขึ้น การค้นพบตัวรับ CB1 และ CB2 รวมถึงการศึกษาสาร THC, CBD และแคนนาบินอยด์อื่น ๆ ทำให้กัญชากลับมาอยู่ในบทสนทนาทางการแพทย์อีกครั้ง

หลายประเทศเริ่มอนุญาตการใช้กัญชาทางการแพทย์ในเงื่อนไขเฉพาะ เช่น อาการปวดเรื้อรัง คลื่นไส้จากเคมีบำบัด โรคลมชักบางชนิด กล้ามเนื้อเกร็ง และภาวะอื่นที่แพทย์เห็นว่าเหมาะสม

เส้นทางของประเทศไทย

ประเทศไทยเป็นประเทศแรก ๆ ในเอเชียที่ขยับเรื่องกัญชาทางการแพทย์อย่างจริงจัง ปี 2019 การใช้กัญชาทางการแพทย์ได้รับการเปิดทางภายใต้ข้อจำกัด ต่อมาในปี 2022 กัญชาถูกปลดล็อกบางส่วนจากบัญชียาเสพติด ทำให้ตลาดเติบโตอย่างรวดเร็ว

แต่การเติบโตเร็วก็ทำให้เกิดปัญหาเรื่องมาตรฐาน การใช้ที่ไม่เหมาะสม และความไม่ชัดเจนของระบบ หลังปี 2025 ประเทศไทยจึงพากัญชากลับเข้าสู่กรอบสมุนไพรควบคุมและการแพทย์มากขึ้น

กัญชาไทยกับแพทย์แผนไทย

สิ่งที่ทำให้ไทยแตกต่างคือกัญชาไม่ได้ถูกมองผ่านแพทย์แผนปัจจุบันเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมกับแพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ เภสัชกร และผู้ประกอบวิชาชีพอื่น ๆ ที่กฎหมายกำหนด

นี่ทำให้ไทยมีโอกาสสร้างโมเดลที่ผสานสมุนไพรดั้งเดิมกับมาตรฐานสมัยใหม่ เช่น การตรวจสอบย้อนกลับ มาตรฐาน GACP และเอกสารสั่งจ่าย

สรุป

ประวัติกัญชาทางการแพทย์ไม่ใช่เส้นตรงจากผิดกฎหมายไปถูกกฎหมาย แต่เป็นวงจรของการใช้ ความกลัว การตีตรา งานวิจัย และการกลับมาทบทวนใหม่

สำหรับประเทศไทย ความท้าทายคือการไม่ทิ้งภูมิปัญญาเดิม แต่ก็ไม่ใช้คำว่าสมุนไพรเป็นข้ออ้างให้ละเลยมาตรฐาน หากไทยทำสองอย่างนี้ได้พร้อมกัน กัญชาทางการแพทย์ไทยจะมีจุดยืนที่แตกต่างและน่าเชื่อถือในระดับภูมิภาค

Related Articles

ศิลปะแห่งการตรวจสอบย้อนกลับในกัญชาไทย: สุดยอดคู่มือ (เล่ม 1)
กัญชาพื้นฐาน

ศิลปะแห่งการตรวจสอบย้อนกลับในกัญชาไทย: สุดยอดคู่มือ (เล่ม 1)

บทนำ “ศิลปะแห่งการตรวจสอบย้อนกลับ” เป็นคู่มือที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการติดตามและตรวจสอบซึ่งจัดทำขึ้นโดยเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมกัญชา โดยเน้นเป็นพิเศษที่ผู้ปลูกชาวไทยและกัญชาจำนวนมาก...

ทำความเข้าใจระบบนิเวศกัญชาไทยด้วย 4 คำถาม
กัญชาพื้นฐาน

ทำความเข้าใจระบบนิเวศกัญชาไทยด้วย 4 คำถาม

ภารกิจของ HighThailand คืออะไร? คุณจะช่วยระบบนิเวศกัญชาของไทยได้อย่างไร? ภารกิจของเราในระดับสูงคือการเป็นส่วนหนึ่งของและมีส่วนร่วมในการระบุตัวตนที่ไม่ซ้ำกันได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่และสังคมและ...

Need a Thai cannabis prescription?

Check the current steps, documents, visitor rules, and renewal timing before buying cannabis in Thailand.