ทุกอย่างที่ธุรกิจกัญชาต้องรู้เพื่ออยู่รอดในระบบใหม่
ตั้งแต่ 27 มิถุนายน 2025 เป็นต้นมา ภูมิทัศน์กัญชาไทยไม่ใช่พื้นที่ทดลองแบบเดิมอีกแล้ว ร้านจำหน่าย ฟาร์ม ผู้แปรรูป และผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ทุกฝ่ายต้องทำงานอยู่บนระบบเอกสารที่ตรวจสอบได้จริง โดยมีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (DTAM) เป็นหน่วยงานสำคัญในการกำกับดูแล
ถ้าจะสรุปให้สั้นที่สุด คำว่า compliance ในกัญชาไทยวันนี้หมายถึง 3 เรื่องพร้อมกัน
แหล่งที่มาของสินค้า ต้องชัด
การเคลื่อนไหวของสินค้า ต้องรายงานได้
การขายให้ผู้ป่วย ต้องมีเอกสารรองรับ
หัวใจของทั้งหมดนี้คือชุดแบบฟอร์ม PorThor ภ.ท.27, 28, 29 และ 33
ทำไมแบบฟอร์ม PorThor จึงสำคัญมาก
ก่อนหน้านี้หลายธุรกิจมองเอกสารเป็นเรื่องหลังบ้าน แต่ในระบบใหม่ เอกสารไม่ใช่ของประกอบ มันคือเงื่อนไขของการอยู่รอด
หากร้านหรือฟาร์มอธิบายไม่ได้ว่าสินค้ามาจากไหน ไปไหน ใช้ทำอะไร และขายให้ใคร รัฐก็มีเหตุเพียงพอจะมองว่าเกิดความเสี่ยงต่อการรั่วไหลสู่ตลาดผิดกฎหมายได้ทันที
ดังนั้น PorThor จึงไม่ใช่แค่แบบฟอร์มราชการจุกจิก แต่คือโครงสร้างการตรวจสอบย้อนกลับของทั้งอุตสาหกรรม
PorThor ภ.ท.27: รายงานการซื้อประจำเดือน
แบบฟอร์มนี้ใช้สำหรับประกาศการซื้อกัญชาจากแหล่งที่ได้รับการรับรอง โดยเฉพาะร้านจำหน่ายที่รับดอกจากฟาร์มหรือผู้ผลิตเข้ามาในสต็อก
สิ่งที่แบบฟอร์มนี้ช่วยยืนยันคือ
ร้านซื้อจากใคร
แหล่งปลูกนั้นอยู่ในกรอบที่ยอมรับได้หรือไม่
มีเส้นทางสินค้าเชื่อมต่อกับเอกสารอื่นได้หรือไม่
หากร้านไม่สามารถแสดง PorThor 27 ระหว่างการตรวจได้ ความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่ค่าปรับ แต่รวมถึงคำถามใหญ่เรื่องที่มาของสินค้าทั้งล็อต
PorThor ภ.ท.28: รายงานการใช้และการจำหน่ายประจำเดือน
แบบฟอร์มนี้เป็นบันทึกว่าดอกกัญชาหรือผลิตภัณฑ์ถูกใช้หรือถูกจ่ายออกไปอย่างไรบ้าง ครอบคลุมการขายให้ผู้ป่วย การเบิกใช้ การแจกจ่าย หรือกิจกรรมอื่นที่ทำให้สินค้าหลุดออกจากสต็อก
สำหรับผู้กำกับดูแล นี่คือเอกสารที่ทำให้เห็น “การเคลื่อนไหว” ของกัญชาอย่างเป็นระบบ หากตัวเลขสต็อกจริงไม่สัมพันธ์กับ PorThor 28 ปัญหาจะเกิดทันที
สิ่งที่หลายคนพลาดคือ เดือนที่ไม่มีการขาย ก็ยังต้องยื่นรายงานศูนย์หรือ no activity report ไม่ใช่เงียบหายไปเฉย ๆ
PorThor ภ.ท.29: รายงานการแปรรูปและการเปลี่ยนรูป
ถ้าธุรกิจของคุณไม่ได้ขายแค่ดอก แต่มีการนำไปแปรรูปเป็นน้ำมัน สารสกัด edibles เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์รูปแบบอื่น PorThor 29 คือเอกสารที่ขาดไม่ได้
แบบฟอร์มนี้ควรตอบให้ได้ว่า
เอาวัตถุดิบเท่าไรเข้ากระบวนการ
ใช้วิธีแปรรูปแบบไหน
ได้ผลผลิตออกมาเป็นอะไรและปริมาณเท่าไร
ปลายทางของผลผลิตนั้นคือขาย วิจัย หรือใช้ภายใน
หากแปรรูปแล้วไม่มีร่องรอยในเอกสาร ระบบตรวจสอบย้อนกลับจะขาดทันที และนั่นเป็นจุดที่ทำให้หลายธุรกิจถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูง
PorThor ภ.ท.33: เอกสารสั่งจ่ายสำหรับผู้ป่วย
นี่คือเอกสารที่ผู้บริโภคทั่วไปพูดถึงมากที่สุด เพราะมันคือฐานกฎหมายของการซื้อกัญชาทางการแพทย์ในปัจจุบัน
PorThor 33 ต้องออกโดยผู้ประกอบวิชาชีพที่มีอำนาจตามกฎหมาย และควรมีข้อมูลผู้ป่วย การวินิจฉัย ปริมาณ การใช้ และรายละเอียดผู้สั่งจ่ายอย่างครบถ้วน ร้านที่ขายต้องเก็บเอกสารต้นฉบับหรือเอกสารที่เป็นไปตามข้อกำหนดเพื่อรองรับการตรวจ
ในทางปฏิบัติ หากไม่มี PorThor 33 การขายกัญชาจะยืนบนฐานที่อ่อนมาก และยากจะอ้างว่าเป็นการขายเพื่อการแพทย์อย่างถูกต้อง
ใครต้องทำอะไรบ้างในระบบนี้
ร้านจำหน่าย
ร้านต้องขายเฉพาะให้ลูกค้าที่มีเอกสารถูกต้อง
ร้านต้องรู้แหล่งที่มาของสินค้าทุกล็อต
ร้านต้องยื่น PorThor 27, 28 และ 29 ตามบทบาทของตัวเอง
ร้านต้องเก็บเอกสารจากผู้ป่วยและเตรียมพร้อมสำหรับการตรวจ
ร้านที่ยังทำงานแบบ “ขายก่อน ค่อยคิดเรื่องเอกสารทีหลัง” มีความเสี่ยงมากที่สุดในระบบใหม่
ฟาร์มและผู้ปลูก
ฟาร์มต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานการปลูก การตรวจสารปนเปื้อน และเอกสารรับรอง เช่น GACP หากต้องการขายให้ร้านหรืออยู่ในห่วงโซ่อุปทานที่น่าเชื่อถือ
นอกจากปลูกให้ดีแล้ว ยังต้องทำเอกสารให้ครบ เพราะของที่ดีแต่ไม่มี traceability ก็อาจเข้า retail chain ไม่ได้อยู่ดี
ผู้แปรรูป
ผู้แปรรูปต้องสามารถอธิบายได้ชัดว่าเอาวัตถุดิบจากไหน ใช้ไปเท่าไร และเปลี่ยนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์อะไร หากตัวเลขต้นน้ำกับปลายน้ำไม่สัมพันธ์กัน ความเสี่ยงจะตกที่ผู้แปรรูปโดยตรง
ผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์
ผู้สั่งจ่ายต้องกรอกเอกสารอย่างครบถ้วน ระบุข้อมูลผู้ป่วยและเหตุผลการใช้ให้ชัด และทำงานอยู่ในกรอบวิชาชีพของตนเอง การสั่งแบบลวก ๆ หรือออกเอกสารโดยไม่เข้าใจระบบ จะสร้างความเสี่ยงให้ทั้งคนไข้ ร้าน และตัวผู้สั่งจ่ายเอง
ผู้ป่วยหรือผู้บริโภค
ผู้ป่วยต้องเข้าใจว่าการมีใบสั่งยาไม่ได้ทำให้ทำอะไรก็ได้ แต่เป็นเพียงเงื่อนไขพื้นฐานของการซื้ออย่างถูกกฎหมาย ยังต้องซื้อจากร้านที่ถูกต้อง ใช้ในบริบทที่เหมาะสม และพกเอกสารเมื่อจำเป็น
เดดไลน์ที่ธุรกิจห้ามพลาด
สิ่งที่ทำให้ธุรกิจพัง ไม่ใช่แค่ไม่เข้าใจกฎหมาย แต่คือการปล่อยให้เอกสารค้างสะสมจนแก้ไม่ทัน
ทุกเดือนควรมีรอบงานตายตัวสำหรับ
ปิดยอดสต็อก
ตรวจเอกสารรับเข้าและจ่ายออก
เตรียม PorThor ที่เกี่ยวข้อง
ยื่นรายงานภายในช่วงเวลาที่หน่วยงานกำหนด
เก็บหลักฐานการยื่นและไฟล์สำรอง
ถ้ารอทำทุกอย่างปลายเดือนโดยไม่มีระบบภายใน ความผิดพลาดจะเกิดแทบแน่นอน
วิธีคิดเรื่อง compliance ที่ถูกต้อง
ธุรกิจจำนวนมากยังคิดว่าการปฏิบัติตามคือ “ภาระ” แต่ในตลาดที่เริ่มถูกคัดกรองแรงขึ้น compliance คือความได้เปรียบทางการแข่งขัน
ร้านที่มีระบบเอกสารดี จะร่วมงานกับคลินิกและฟาร์มคุณภาพได้ง่ายกว่า
ฟาร์มที่มีเอกสารครบ จะขายเข้า retail chain ได้ง่ายกว่า
ผู้แปรรูปที่โปร่งใส จะน่าเชื่อถือกว่าสำหรับการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์
กล่าวอีกแบบคือ compliance ไม่ได้ช่วยแค่ให้รอดจากการตรวจ แต่มันสร้างความน่าเชื่อถือทางธุรกิจด้วย
เช็กลิสต์ขั้นต่ำสำหรับเอาตัวรอด
ถ้าคุณเป็นร้านจำหน่าย วันนี้อย่างน้อยต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า
สินค้าทุกตัวมาจากไหน
มีเอกสารรับเข้าไหม
มีเอกสารจ่ายออกไหม
ถ้าแปรรูป มีบันทึกไหม
ถ้าขายให้ผู้ป่วย มี PorThor 33 ครบไหม
ถ้าเดือนนี้ไม่มีการขาย คุณยื่น no activity แล้วหรือยัง
ถ้าคำตอบข้อใดข้อหนึ่งยังไม่ชัด นั่นคือช่องโหว่ที่ต้องปิดทันที
แหล่งต่อยอดที่ควรอ่าน
ถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการและอยากเข้าใจต้นน้ำมากขึ้น ควรอ่าน ทำไมร้านกัญชาไทยถึงขายกัญชา non-GACP ไม่ได้อีกต่อไป
ถ้าคุณต้องจัดการฝั่งคนไข้และใบสั่งยา ให้ต่อด้วย วิธีรับใบสั่งยากัญชาทางการแพทย์ในประเทศไทย
บทสรุป
ระบบกัญชาไทยหลังกลางปี 2025 เป็นระบบที่อยู่ได้ด้วยวินัย เอกสาร และความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ ธุรกิจที่ยังหวังพึ่งความยืดหยุ่นแบบยุคก่อนจะลำบากมากขึ้นเรื่อย ๆ
สรุปให้ตรงที่สุดคือ
ซื้อและขายจากแหล่งที่ตรวจสอบได้
ยื่น PorThor ให้ครบและตรงเวลา
อย่าขายโดยไม่มี PorThor 33 หรือเอกสารที่กฎหมายยอมรับ
ทำให้ทีมทุกคนเข้าใจว่าการปฏิบัติตามกฎหมายเป็นงานประจำ ไม่ใช่งานแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
คนที่ปรับตัวก่อน จะเป็นคนที่รอดและได้เปรียบในบทใหม่ของตลาดกัญชาไทย


